สายชาร์จและหัวชาร์จเป็นอุปกรณ์ที่เจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าและ REEV ต้องหยิบจับแทบทุกวัน ทั้งที่บ้านและตามสถานีชาร์จสาธารณะ แต่หลายคนมักมองข้ามการดูแลอุปกรณ์ชิ้นนี้ ทั้งที่เป็นจุดที่กระแสไฟฟ้าไหลผ่านโดยตรง หากดูแลไม่ดีอาจเสี่ยงทั้งไฟฟ้าลัดวงจรและการชาร์จที่ไม่เสถียร วันนี้ทีมงานจึงรวบรวมวิธีดูแลสายชาร์จและหัวชาร์จให้ปลอดภัยและใช้งานได้นานขึ้นมาฝากกัน
เริ่มจากการตรวจสอบสภาพสายชาร์จด้วยสายตาเป็นประจำ มองหารอยแตก รอยบวม หรือฉนวนหุ้มสายที่เริ่มกรอบและแข็งผิดปกติ โดยเฉพาะบริเวณข้อต่อใกล้หัวปลั๊กที่มักงอบ่อยจนฉนวนเสื่อมเร็วกว่าจุดอื่น หากพบรอยชำรุดควรหยุดใช้งานทันทีและนำไปให้ศูนย์บริการตรวจสอบ ไม่ควรใช้เทปพันสายไฟพันปิดรอยชำรุดเพื่อใช้งานต่อเด็ดขาด
จุดถัดมาคือหัวชาร์จหรือขั้วสัมผัส ควรตรวจดูว่าไม่มีฝุ่น คราบน้ำ หรือสิ่งแปลกปลอมติดอยู่ก่อนเสียบชาร์จทุกครั้ง หากขั้วสัมผัสเปียกชื้นควรเช็ดให้แห้งสนิทด้วยผ้าสะอาดก่อนใช้งาน เพราะความชื้นที่ขั้วสัมผัสเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การชาร์จไม่เสถียรหรือมีประกายไฟขณะเสียบปลั๊กได้
การจัดเก็บสายชาร์จก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรม้วนสายอย่างหลวม ๆ ไม่พันแน่นจนเกินไปหรืองอเป็นมุมหักศอก เพราะจะทำให้สายไฟภายในเสื่อมสภาพเร็วขึ้น และควรเก็บในที่แห้ง ไม่โดนแดดจัดหรือความร้อนสะสม หากมีกล่องเก็บสายชาร์จโดยเฉพาะก็จะช่วยป้องกันฝุ่นและความชื้นได้ดียิ่งขึ้น
เวลาเสียบและถอดปลั๊กก็ควรทำอย่างนุ่มนวล จับที่ตัวหัวปลั๊กแทนการดึงที่สายไฟโดยตรง และรอให้ระบบปลดล็อกเรียบร้อยก่อนถอดทุกครั้งตามที่รถแจ้งเตือน การดึงสายแรง ๆ หรือถอดปลั๊กระหว่างที่ระบบยังทำงานอยู่อาจทำให้ขั้วสัมผัสสึกหรอหรือเสียหายได้ง่าย
สุดท้ายหากใช้เครื่องชาร์จติดผนังที่บ้าน ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบระบบไฟฟ้าและสายชาร์จเป็นระยะตามรอบที่แนะนำ เพียงใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เหล่านี้เป็นประจำ ก็ช่วยให้การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าและ REEV ในแต่ละวันปลอดภัยและอุปกรณ์มีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น