เมื่อรถยนต์ไฟฟ้าและรถปลั๊กอินไฮบริดแบบขยายระยะทาง (REEV) ได้รับความนิยมมากขึ้นในประเทศไทย การทำประกันภัยรถยนต์ก็มีรายละเอียดที่แตกต่างจากรถยนต์สันดาปทั่วไปอยู่หลายจุด ทั้งเรื่องมูลค่าแบตเตอรี่ ชิ้นส่วนเฉพาะทาง และเงื่อนไขความคุ้มครองเฉพาะกลุ่ม ทีมงานจึงรวบรวม 5 สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจเลือกกรมธรรม์ เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้รับความคุ้มครองที่ครบถ้วนและคุ้มค่าที่สุด
ข้อแรก ตรวจสอบความคุ้มครองแบตเตอรี่ให้ชัดเจน เนื่องจากแบตเตอรี่เป็นชิ้นส่วนที่มีมูลค่าสูงที่สุดของรถยนต์ไฟฟ้าและ REEV ผู้ทำประกันควรสอบถามบริษัทประกันภัยให้แน่ใจว่ากรมธรรม์ครอบคลุมความเสียหายของแบตเตอรี่จากอุบัติเหตุ ไฟไหม้ หรือน้ำท่วมหรือไม่ และมีเงื่อนไขหรือข้อยกเว้นใดบ้างที่ควรทราบล่วงหน้า
ข้อที่สอง เปรียบเทียบทุนประกันให้สอดคล้องกับมูลค่ารถจริง เนื่องจากรถยนต์ไฟฟ้าและ REEV มักมีอัตราค่าเสื่อมราคาที่แตกต่างจากรถยนต์ทั่วไป การตั้งทุนประกันที่เหมาะสมช่วยให้ได้รับค่าสินไหมทดแทนที่เป็นธรรม หากเกิดเหตุสูญหายหรือเสียหายทั้งคัน
ข้อที่สาม สอบถามเรื่องศูนย์ซ่อมและอู่ในเครือที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เนื่องจากการซ่อมรถยนต์ไฟฟ้าต้องอาศัยช่างและอุปกรณ์เฉพาะทางในการตรวจสอบระบบไฟฟ้าแรงสูง ผู้ทำประกันควรเลือกกรมธรรม์ที่มีเครือข่ายศูนย์บริการซึ่งรองรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ เพื่อความสะดวกและความปลอดภัยในการซ่อมบำรุง
ข้อที่สี่ ตรวจสอบความคุ้มครองอุปกรณ์ชาร์จไฟและสายชาร์จ บางกรมธรรม์มีตัวเลือกเสริมที่ครอบคลุมความเสียหายของแท่นชาร์จภายในบ้านหรือสายชาร์จพกพา ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่มีมูลค่าและอาจได้รับความเสียหายจากไฟฟ้าลัดวงจรหรือภัยธรรมชาติได้เช่นกัน
ข้อสุดท้าย อ่านเงื่อนไขความคุ้มครองผู้ประสบภัยและบุคคลที่สามอย่างละเอียด รวมถึงส่วนลดเบี้ยประกันจากประวัติการขับขี่ที่ดีหรือการติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยเพิ่มเติม การศึกษารายละเอียดกรมธรรม์อย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจ จะช่วยให้ผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าและ REEV ได้รับความคุ้มครองที่ครบถ้วน เหมาะสมกับการใช้งาน และอุ่นใจได้ในทุกการเดินทาง