แม้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจะไม่มีเครื่องยนต์สันดาปที่ต้องดูแลน้ำมันเครื่องเหมือนรถแบบเดิม แต่ชิ้นส่วนกลไกในระบบขับเคลื่อน อย่างโซ่และสเตอร์ที่ทำหน้าที่ส่งกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าไปยังล้อหลัง ก็ยังต้องการการดูแลอย่างสม่ำเสมอไม่ต่างกัน เพื่อให้การส่งกำลังราบรื่น ประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ และปลอดภัยตลอดการใช้งาน ทีมงานจึงรวบรวม 5 วิธีดูแลง่าย ๆ มาฝากผู้ขับขี่ทุกท่าน

ข้อแรก ตรวจสอบความตึงของโซ่อย่างสม่ำเสมอ โซ่ที่หย่อนเกินไปอาจกระตุกหรือตกร่องสเตอร์ขณะขับขี่ ส่วนโซ่ที่ตึงเกินไปจะเพิ่มแรงเสียดทานให้มอเตอร์ทำงานหนักขึ้นและกินพลังงานแบตเตอรี่มากกว่าปกติ ควรตรวจสอบและปรับตั้งความตึงให้อยู่ในค่าที่ผู้ผลิตกำหนดทุกครั้งที่นำรถเข้ารับการตรวจเช็ก

ข้อที่สอง หยอดน้ำมันโซ่หรือสารหล่อลื่นสำหรับโซ่โดยเฉพาะเป็นระยะ หรือเมื่อสังเกตเห็นโซ่แห้งและมีเสียงดังขณะขับขี่ การหล่อลื่นที่เหมาะสมช่วยลดการเสียดสีระหว่างโซ่กับสเตอร์ ลดความสึกหรอ และทำให้การส่งกำลังจากมอเตอร์ไปยังล้อหลังมีประสิทธิภาพสูงสุด ควรหยอดหลังจากล้างรถหรือขับตากฝนทุกครั้ง เพราะน้ำจะชะล้างสารหล่อลื่นเดิมออกไป

ข้อที่สาม ทำความสะอาดโซ่และสเตอร์เป็นประจำ ฝุ่นและเศษดินที่เกาะสะสมจะกลายเป็นตัวเร่งการสึกหรอหากปล่อยไว้นาน ควรใช้แปรงขนนุ่มร่วมกับน้ำยาทำความสะอาดโซ่โดยเฉพาะ และหลีกเลี่ยงการใช้น้ำแรงดันสูงฉีดใกล้บริเวณระบบขับเคลื่อนมากเกินไป เพื่อป้องกันน้ำเข้าไปในจุดหมุนของโซ่

ข้อที่สี่ หมั่นสังเกตอาการผิดปกติ เช่น เสียงดังผิดจังหวะ อาการสะดุดขณะเร่งความเร็ว หรือแรงสั่นสะเทือนที่มากกว่าปกติบริเวณล้อหลัง อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกถึงโซ่ยืดเกินค่ามาตรฐาน สเตอร์สึกหรอ หรือลูกยางรองรับแรงบิดเสื่อมสภาพ ควรนำรถเข้าตรวจเช็กโดยเร็วก่อนที่ความเสียหายจะลุกลามไปยังชิ้นส่วนอื่น

ข้อสุดท้าย ตรวจสอบสเตอร์หน้าและสเตอร์หลังว่ามีฟันสึกเป็นรูปเขี้ยวปลาหรือไม่ และเปลี่ยนชุดโซ่กับสเตอร์พร้อมกันเป็นเซตตามรอบระยะทางที่ศูนย์บริการแนะนำ การเปลี่ยนเพียงชิ้นเดียวโดยไม่เปลี่ยนอีกชิ้นอาจทำให้ชิ้นส่วนใหม่สึกหรอเร็วกว่าปกติ เมื่อดูแลระบบขับเคลื่อนอย่างครบถ้วนตาม 5 ข้อนี้ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของท่านก็จะส่งกำลังได้อย่างราบรื่น ปลอดภัย และใช้งานได้ยาวนานยิ่งขึ้น