หลายคนให้ความสำคัญกับสภาพรถ แบตเตอรี่ และระบบชาร์จเป็นอันดับแรก แต่สิ่งที่ช่วยปกป้องชีวิตได้โดยตรงเวลาเกิดเหตุไม่คาดฝันกลับเป็นอุปกรณ์ป้องกันตัวของผู้ขับขี่เอง ไม่ว่าจะขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ารุ่นไหนก็ตาม การเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสมและอยู่ในสภาพดีคือพื้นฐานความปลอดภัยที่ไม่ควรมองข้าม
ชิ้นแรกและสำคัญที่สุดคือหมวกกันน็อก ควรเลือกที่ได้มาตรฐาน มอก. หรือมาตรฐานสากลอื่น ๆ ขนาดพอดีศีรษะไม่หลวมหรือแน่นเกินไป และตรวจสอบสายรัดคางให้แน่นหนาทุกครั้งก่อนออกเดินทาง หมวกที่เคยผ่านการกระแทกอย่างรุนแรงมาแล้วควรเปลี่ยนใหม่ทันที แม้ภายนอกจะดูไม่มีร่องรอยเสียหายก็ตาม เพราะโครงสร้างภายในอาจเสื่อมประสิทธิภาพในการดูดซับแรงกระแทกไปแล้ว
ชิ้นที่สองคือเสื้อผ้าที่มีวัสดุกันลื่นไถลหรือแผ่นกันกระแทกบริเวณข้อศอกและไหล่ เสื้อผ้าปกติทั่วไปอาจฉีกขาดและไม่ช่วยลดแรงเสียดทานกับพื้นถนนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ การสวมเสื้อแจ็กเก็ตสำหรับขับขี่โดยเฉพาะจึงช่วยลดความรุนแรงของบาดแผลได้มากกว่าที่คิด
ชิ้นที่สามคือถุงมือขับขี่ ซึ่งช่วยทั้งเพิ่มการยึดเกาะแฮนด์รถและป้องกันฝ่ามือจากการถลอกหากล้ม ควรเลือกถุงมือที่กระชับมือ ไม่หนาจนขยับนิ้วลำบาก และมีวัสดุเสริมบริเวณข้อนิ้วและฝ่ามือเพื่อเพิ่มการป้องกัน
ชิ้นที่สี่คือรองเท้าหุ้มข้อที่พื้นมีดอกยางกันลื่น รองเท้าแตะหรือรองเท้าผ้าใบทั่วไปไม่สามารถป้องกันข้อเท้าจากการบิดหรือกระแทกได้ดีพอ โดยเฉพาะเวลาขับขี่ในสภาพถนนเปียกหรือขรุขระ การมีรองเท้าที่เหมาะสมยังช่วยให้เหยียบเบรกและควบคุมรถได้มั่นคงขึ้นด้วย
ชิ้นสุดท้ายคืออุปกรณ์เพิ่มการมองเห็น เช่น เสื้อกั๊กสะท้อนแสงหรือสติกเกอร์สะท้อนแสงติดหมวกและเสื้อแจ็กเก็ต ซึ่งมีประโยชน์มากในช่วงกลางคืนหรือฝนตกที่ทัศนวิสัยไม่ดี ช่วยให้ผู้ขับขี่คันอื่นสังเกตเห็นได้ไวขึ้นและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ เมื่อจัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกันทั้ง 5 ชิ้นนี้ให้ครบและอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ การเดินทางด้วยมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในแต่ละวันก็จะปลอดภัยและอุ่นใจมากยิ่งขึ้น