กระแสรักษ์โลกไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ชั่วคราวอีกต่อไป แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจใช้ชีวิตประจำวันของคนไทยจำนวนมาก การเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าหรือรถปลั๊กอินไฮบริดแบบขยายระยะทาง (REEV) ก็เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องการเดินทางและความยั่งยืนไปพร้อมกัน ทีมงานจึงรวบรวม 5 มุมมองที่แสดงให้เห็นว่าการขับรถยนต์ไฟฟ้าและ REEV ในชีวิตประจำวันช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างไรบ้าง

มุมมองแรก ลดการปล่อยไอเสียระหว่างขับขี่ในเมือง เพราะมอเตอร์ไฟฟ้าไม่มีการเผาไหม้เชื้อเพลิงขณะทำงาน จึงไม่มีไอเสียออกจากท่อในช่วงที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ซึ่งมีผลโดยตรงต่อคุณภาพอากาศในเขตชุมชนที่มีการจราจรหนาแน่นและรถติดบ่อยครั้ง

มุมมองที่สอง ลดมลพิษทางเสียงในช่วงเวลาที่ไม่ควรมีเสียงดัง มอเตอร์ไฟฟ้าทำงานเงียบกว่าเครื่องยนต์สันดาปอย่างชัดเจน ทำให้การขับรถในช่วงเช้าตรู่หรือดึกดื่นในย่านที่พักอาศัยไม่รบกวนเพื่อนบ้าน และช่วยลดสภาวะเสียงดังสะสมในเมืองใหญ่ได้ในระยะยาว

มุมมองที่สาม เปิดโอกาสให้ใช้พลังงานสะอาดมากขึ้นเมื่อชาร์จไฟที่บ้าน ผู้ที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาสามารถนำพลังงานแสงอาทิตย์มาชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้โดยตรง ทำให้การเดินทางในแต่ละวันพึ่งพาพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น และลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลไปในตัว

มุมมองที่สี่ ลดความสิ้นเปลืองจากชิ้นส่วนที่ต้องบำรุงรักษาบ่อยครั้ง ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้ามีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวน้อยกว่าเครื่องยนต์สันดาป จึงไม่ต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่องหรือชิ้นส่วนสึกหรอบางประเภทบ่อยเท่ารถทั่วไป ซึ่งช่วยลดปริมาณของเสียจากการบำรุงรักษาที่ต้องกำจัดทิ้งในระยะยาว

มุมมองสุดท้าย สำหรับผู้ที่ยังกังวลเรื่องระยะทางและความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน รถกลุ่ม REEV ถือเป็นทางเลือกที่ช่วยให้เปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานไฟฟ้าได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลักในการเดินทางประจำวัน และมีเครื่องยนต์ช่วยขยายระยะทางไว้รองรับการเดินทางไกล ทำให้ทุกคนสามารถเริ่มต้นใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ตั้งแต่วันนี้ โดยไม่ต้องรอให้โครงสร้างพื้นฐานพร้อมสมบูรณ์แบบก่อน