ทุกปีเมื่ออากาศเริ่มเย็นลงและความชื้นในอากาศลดลง หลายพื้นที่ของไทยโดยเฉพาะเขตเมืองใหญ่และภาคเหนือมักเผชิญกับปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่สะสมตัวหนาแน่นขึ้น ส่งผลทั้งต่อสุขภาพและทัศนวิสัยในการเดินทาง วันนี้ทีมงานจึงรวบรวมวิธีดูแลตัวเองและรถยนต์ไฟฟ้าหรือมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าให้ปลอดภัยมากขึ้นในช่วงที่คุณภาพอากาศไม่เป็นใจ
สำหรับผู้ที่ขับรถยนต์ไฟฟ้า จุดที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษคือไส้กรองอากาศในห้องโดยสาร เพราะเป็นด่านแรกที่ช่วยกรองฝุ่นก่อนเข้าสู่ระบบปรับอากาศ หากใช้งานมานานควรตรวจสอบสภาพและเปลี่ยนตามระยะที่ผู้ผลิตแนะนำ และในวันที่ค่าฝุ่นสูง ควรปิดกระจกให้สนิทและเปิดโหมดหมุนเวียนอากาศภายในรถแทนการดึงอากาศจากภายนอก เพื่อลดปริมาณฝุ่นที่เล็ดลอดเข้ามาในห้องโดยสาร
ส่วนผู้ที่ขับขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าซึ่งต้องสัมผัสอากาศภายนอกโดยตรง ควรสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นละอองขนาดเล็กชนิดที่กรองได้ละเอียด และใช้หมวกกันน็อกแบบเต็มใบพร้อมบังลมหน้าใสที่ปิดสนิท เพื่อช่วยลดการสูดดมฝุ่นระหว่างการเดินทาง หากเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการขับขี่เป็นเวลานานในช่วงที่ค่าฝุ่นอยู่ในระดับสูงมาก โดยเฉพาะบริเวณถนนที่รถติดสะสมนาน ๆ
ในวันที่มีหมอกควันปกคลุมหนาแน่น ทัศนวิสัยบนท้องถนนอาจลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะช่วงเช้ามืดและพลบค่ำ ควรเปิดไฟหน้ารถหรือมอเตอร์ไซค์ทุกครั้งแม้เป็นเวลากลางวัน เพิ่มระยะห่างจากคันหน้าให้มากกว่าปกติ และชะลอความเร็วลงเมื่อเข้าสู่จุดที่มองเห็นเส้นทางได้ไม่ชัดเจน เพื่อให้มีเวลาตอบสนองต่อสถานการณ์ตรงหน้าได้ทันท่วงที
อีกวิธีที่ช่วยวางแผนการเดินทางได้ดีคือการตรวจสอบค่าคุณภาพอากาศผ่านแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ที่รายงานค่าฝุ่นแบบเรียลไทม์ก่อนออกจากบ้าน หากพบว่าค่าฝุ่นในช่วงเวลาใดสูงเป็นพิเศษ อาจเลื่อนเวลาออกเดินทางหรือเลือกเส้นทางที่มีการจราจรคล่องตัวกว่า เพื่อลดระยะเวลาที่ต้องสัมผัสอากาศที่มีฝุ่นหนาแน่น
การเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้าและมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าถือเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยลดการปล่อยมลพิษจากไอเสียได้ในระยะยาว แต่ในช่วงที่ฝุ่น PM2.5 สูงขึ้นตามฤดูกาล การดูแลทั้งตัวรถและตัวเองไปพร้อมกันก็ยังเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อให้ทุกการเดินทางในเมืองยังคงปลอดภัยและสบายใจได้แม้ในวันที่อากาศไม่เป็นใจ